Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ประวัติผู้ก่อตั้ง

หนูดี – วนิษา เรซ และ หนูหวาน - วโรณิกา เรซ

“เราสองคนเห็นความสำคัญของการศึกษามากบังเอิญพวกเราโชคดีที่ได้เกิดมาในครอบครัวนักวิชาการที่เห็นการศึกษาสำคัญจึงไม่เคย
มีปัญหาเรื่องการเรียนต่อ เพราะสิ่งที่ทางบ้านตั้งใจก็คือเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่เรียนได้และต้องการในสาขาวิชาที่ชอบ เพื่อที่จะได้มีความ
สุขไปพร้อมๆกับการเรียนแต่เราก็อยู่ในโลกของความเป็นจริงใช่ไหมคะเมื่อโตขึ้น เจอโลกมากขึ้น จึงได้รู้ว่ามีเด็กๆอีกนับแสนนับล้านคนทั่ว
โลกที่ขาดแคลนแม้แต่ความตั้งใจของครอบครัวที่จะให้พวกเขาได้เรียนต่อบางครอบครัวขาดทุนทรัพย์บางครอบครัวขาดความคิดที่ว่าการ
ศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นสิ่งที่จะนำพาครอบครัวพ้นความลำบากการลงทุนเรื่องการศึกษาเป็นการลงทุนระยะยาวบางครอบครัวไม่รู้ด้วยซ้ำ
ว่ามื้อต่อไปจะมีข้าวมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องหลายๆชีวิตในครอบครัวหรือไม่การศึกษาในสายตาของพ่อแม่บางคนจึงเป็นเรื่องรองไป”

“หลายเหตุการณ์สำคัญในชีวิตนำพาหนูดีและหนูหวานให้ตัดสินใจจัดตั้งมูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญาขึ้นมาหนึ่งในนั้นคือการที่ได้รอดชีวิต
จากคลื่นยักษ์สึนามิที่จังหวัดภูเก็ตเราสองคนได้เสียคนสนิทไป 3 คนจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นแต่พวกเราไม่ได้มีเวลาเศร้าโศกเสียใจกันมาก
เพราะเมื่อเราทราบว่ารอดชีวิต และมีผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือพวกเราก็รีบเดินทางไปที่
โรงพยาบาลพังงาเป็นแห่งแรกไปเป็นอาสาสมัครเป็นล่าม และเป็นคนช่วยจัดระบบรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์ช่วยผู้ป่วยหาญาติที่อาจ
รอดชีวิตอยู่ตามโรงพยาบาลต่างๆเป็นเวลา 1 อาทิตย์เต็มที่เราทำงานกันเช้าตรู่ยันสว่างของวันรุ่งขึ้นลืมความเหน็ดเหนื่อยทุกอย่างเมื่อ
เห็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่อยู่ข้างหน้าเมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายคนเจ็บถูกส่งไปในโรงพยาบาลที่เครื่องมือพร้อมกว่าเงินบริจาคจากเพื่อน
และครอบครัวได้ถูกส่งถึงมือผู้ป่วยทั้งหมดผู้ป่วยต่างชาติก็ได้เดินทางกลับประเทศกันหมดแล้วเราสองคนจึงมานั่งคิดทบทวนหลายๆอย่าง
ที่ได้เรียนรู้จากมหันตภัยครั้งนี้”

“หนึ่ง การประสานงานขององค์กรต่างๆก็เป็นไปอย่างล่าช้าผู้ป่วยบางคนไม่ได้รับการเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลที่เครื่องมือพร้อมกว่า
เจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่าไม่มีรถพยาบาลสำรองทั้งๆที่โรงพยาบาลไกล้เคียงมีรถพยาบาลจอดรออยู่ประมาณ 20 คันผู้ป่วยบางรายต้อง
ถูกตัดขาทิ้งเพราะถูกทิ้งไว้นานจนขาติดเชื้อบางรายเสียชิวิตเพราะจนพิษบาดแผลไม่ไหวเป็นการสูญเสียที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นหากการศึกษา
สนับสนุนให้คนคิดนอกกรอบ และทำงานเชิงรุก”

“สอง ที่เห็นได้ชัดคือคนในพื้นที่ไม่เห็นเม็ดเงินที่บริจาคผ่านองค์กรใหญ่ๆตอนที่เราเป็นอาสาสมัครอยู่ในโรงพยาบาลเวลาเดินผ่าน
โทรทัศน์ก็จะเห็นรายการสดบอกจำนวนยอดบริจาคหลายสิบล้านบาทที่หลั่งไหลเข้ามาแต่ทางผู้ทำงานในพื้นที่ไม่เห็นเงินบริจาคส่งถึง
ผู้ประสบภัยพิบัติเลย ผู้บาดเจ็บหลายคนสูญเสียทุกอย่าง ทั้งกิจการ ครอบครัวหรือแม้แต่เอกสารที่จะเบิกเงิน หลายร้อยคนไม่มีเงินสด
ติดตัวโดยเฉพาะคนต่างชาติที่เอกสารและบัตรเครดิต หรือเอทีเอ็มหายไปกับคลื่นยักษ์ตอนนั้นเราสามารถรวบรวมเงินสดหลายแสนบาท
ที่ได้รับบริจาคเข้าบัญชีโดยตรงจากคนรู้จักและครอบครัวจึงสามารถถอนออกมาเป็นเงินสดจัดสรรให้ผู้ป่วยทุกคนที่ได้เจอได้ชื่นใจที่สุด
เมื่อได้เห็นน้ำตา อาบแก้มของผู้ป่วยที่เราเอาเงินสดเข้าไปให้ ตอนนั้นคิดเลยว่า จะไม่รออีกแล้วกับการบริจาคไม่ต้องรอให้เรามีพร้อม
ทุกอย่างถึงเริ่มช่วยเหลือคนอื่นต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปตามศักยภาพและจะพยายามถึงที่สุดกับการบริจาคให้ตรงถึงมือคน
ที่ต้องการจริงๆ เพราะการบริจาคผ่านองค์กรใหญ่ต้องเสียเวลานานกว่าเงินและความช่วยเหลือจะไปถึงและเงินที่บริจาคต้องเสียไป
กับค่าบริหารองค์กร ค่าโฆษนาค่าต่างๆอีกมากมาย จนเงินบริจาคจริงๆอาจเหลือแค่ 15-70 %เท่านั้น เมื่อเราจัดตั้งมูลนิธิมหาสมุทรแห่ง
ปัญญานี้ขึ้นมาเพื่อเงินบริจาคจะได้ส่งตรงถึงเด็กเลยเพื่อประโยชน์สูงสุดของทั้งตัวเด็กๆเอง และผู้อุปการะ”

“แต่ที่เห็นได้ชัดและจับใจที่สุด คือน้ำใจของคนไทยและของอาสาสมัครต่างชาติที่เราได้ทำงานคลุกคลีกันรวมถึง คณะหมอ และพยาบาล
ชาวบ้านในพื้นที่อาสาสมัครทั้งหลาย หลายคนบินมาจากจังหวัดหรือประเทศต่างๆเพื่อจะมาทุ่มเทแรงกายแรงใจและความสามารถทั้งหมด
ที่พวกเขามีอยู่เพื่อบรรเทาความทุกข์ ของคนอื่น เราได้เรียนรู้ว่าการบริจาคนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นเงินเสมอไปสามารถเป็นแรงกายก็ได้
เมื่อเราสองคนยังเด็กคุณแม่บริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาเด็กหลายร้อยคนต่อปีเราก็ตั้งใจไว้ว่าเมื่อโตขึ้นจะทำบ้างตอนนี้ก็ได้ทำมากกว่า
ที่ตั้งใจไว้คือได้รับอุปการะเด็กๆเป็นการส่วนตัวและใช้แรงและความสามารถเท่าที่มีอยู่เพื่อบริหารมูลนิธิให้พ่อแม่อุปถัมภ์ท่านอื่นๆ ได้มี
โอกาสช่วยเหลือเด็กอีกหลายร้อยให้เด็กๆ และผู้อุปการะได้มีโอกาสเรียนรู้ซึ่งกันและกันถึงจะเป็นการอุปการะเด็กหนึ่ง หรือสองคนใน
จำนวนเด็กด้อยโอกาสหลายล้านคนทั่วโลกแต่ก็เป็นอะไรเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่มากนะคะ”


 
 
569 ถนน รังสิต-นครนายก 62 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12130
โทร.02-549-8688-89 | email: oceanwis@gmail.com
เลขที่ใบอนุญาต ต. ปท. 012/2550